กิจกรรม
ล่าสุดของคุณ
!

ยินดีต้อนรับสู่เครื่องมือที่เก็บประวัติการใช้งานของคุณ

เราได้บันทึกข้อมูลที่สำคัญจากการค้นหาก่อนหน้านี้ของคุณเพื่อทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น

???private_mode_title???

???private_mode_text???

ยางรถยนต์ที่ถูกเรียกดูล่าสุด

ตัวแทนจำหน่ายที่ถูกเรียกดูล่าสุด

การค้นหาครั้งล่าสุด

การขับขี่อย่างปลอดภัย

ต้องเปลี่ยนยางเมื่อไหร่

 

 

 

 

ความปลอดภัยของคุณต้องมาก่อน: ตรวจเช็คยางของคุณ

ยางที่อยู่ในสภาพไม่ดี สามารถส่งผลต่อสมรรถนะของรถ หรือเป็นภัยต่อความปลอดภัยของคุณหรือคนที่คุณรัก เราแนะนำให้คุณตรวจเช็คทุกสัปดาห์

  • สภาพยาง
  • ความลึกของดอกยาง
  • ความเสียหายที่เกิดจากการกระทบหรือการสึกหรอที่ผิดปกติ และตรวจเช็คแรงดังลมยางเดือนละ 2 ครั้ง

หากไม่แน่ใจ ให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทุกครั้ง!



6 เหตุผลในการเปลี่ยนยางรถ

1. ยางรถมีรู

 

ยางรถทนทานและถูกออกแบบมาเพื่อทนทานต่อการกระทบต่างๆ แต่บางครั้งยางก็เกิดรูได้ หากยางแบน ยางควรได้รับการตรวจเช็คโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ เพราะผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นที่สามารถยืนยันได้ว่าส่วนภายในของยางไม่ได้รับความเสียหายไปด้วย

2. เลยขีดจำกัดทางกฎหมายของดอกยาง

 

The legal tread wear limit has been reached

สัญลักษณ์มิชลินแมนตรงมุมบนของยางของคุณหมายความว่ายางมีสะพานยาง เหมือนกับปุ่มต่างๆ คุณสามารถเห็นปุ่มต่างๆ เหล่านี้ที่ด้านล่างของร่องยางหลัก

เมื่อยางที่ยังเหลือสึกหรอมาจนถึงระดับนี้แล้ว ยางก็จะถึงกำหนดจำกัดทางกฎหมายที่ 1 มม. มิชลินอยากแนะนำให้คุณเปลี่ยนยางก่อนถึงจุดนี้ หากเลยจุดนี้ไป เราไม่รับประกันความปลอดภัย การยึดเกาะถนน หรือประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อขับบนถนนที่เปียก

3. ยางที่ส่งสัญญาณว่าเก่าแล้ว

 

การคาดการณ์อายุการใช้งานของยางเป็นเรื่องยาก เพราะอายุการใช้งานไม่เกี่ยวกับวันที่ผลิต ยางที่ไม่เคยถูกใช้งานเลย หรือใช้งานน้อย ก็อาจส่งสัญญาณว่าเก่าแล้วได้ มีปัจจัยมากมายที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานของยาง เช่น สภาพอากาศ การเก็บรักษาและการใช้งาน การบรรทุกน้ำหนัก ความเร็ว แรงดันลมยาง การบำรุงรักษา สไตล์การขับขี่

มิชลินขอแนะนำให้นักขี่ทุกคนสละเวลาเพียงเล็กน้อยเพื่อตรวจเช็คยางเพื่อตรวจสอบว่ามีการสึกหรอหรือความเก่า หรือการผิดรูป หรือการแตกของหน้ายาง ตรงไหล่ยางหรือแก้มยางหรือไม่

การทดสอบรอบ 5  ปี ก่อนจะสายเกินไป!

หลังจากใช้งานมานานกว่า 5  ปี ยางควรได้รับการตรวจเช็คทุกปีโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ หากต้องเปลี่ยนยาง ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตเกี่ยวกับการเปลี่ยนยาง

4. ยางเกิดความเสียหาย

 

The tyre is damaged



ฟุตบาท หลุม หรือวัตถุอื่นๆ สามารถสร้างความเสียหายให้กับยางได้ รอยแตก รอยขาด หรือการผิดรูปควรได้รับการตรวจสอบโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ เพราะผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นที่ยืนยันได้ว่ายางซ่อมได้
ตามกฎทั่วไป อย่าขับหากยางแบนหรือเสียหาย

 

เมื่อไหร่จะรู้ว่ายางเสียหายเกินไปที่จะซ่อม

  1. ยางมีรูตรงแก้มยาง
  2. ผิดรูปหรือเห็นขอบยางชัด
  3. หน้ายางไม่ติดหรือผิดรูป
  4. การสึกหรอที่นำไปสู่การแตกของโครงยางใต้หน้ายางหรือแก้มยาง
  5. ความเสียหายที่เกิดจากสารที่มันหรือกัดกร่อน
  6. การเปราะหรือรอยขีดข่วนตรงส่วนด้านในที่เกิดจากการขับขี่ด้วยยางรถที่แรงดันไม่พอ

5. ยางที่ส่งสัญญาณรูปแบบการสึกหรอที่ผิดปกติ

 

การสึกหรอของหน้ายางที่ผิดปกติ เกิดในที่ต่างๆ มักเป็นสัญญาณของปัญหาทางกลไก (โช๊คอัพที่เก่าแล้ว เกียร์ ส่วนประกอบอื่นๆ) หรือมีปัญหาเรื่องความสมดุล ปัญหาอาจเกิดได้จากแรงดันลมยางที่ไม่ถูกต้อง

เพื่อเป็นการป้องกันการสึกหรอที่ผิดปกติ ให้ตรวจเช็คความสมดุลของล้อทุก 6 เดือน ซึ่งจะทำให้อายุการใช้งานยาวนานขึ้น และเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ นอกจากนี้ การสึกหรอของยางอาจดูรุนแรงเมื่อเทียบกับมอเตอร์ไซค์อื่นๆ ที่ขับด้วยสภาพเดียวกัน

หากเกิดปัญหานี้ ให้ติดต่อผู้เชี่ยวชาญ

6. คุณใช้ยางที่ไม่ถูกต้องกับรถของคุณ


เลือกยางตามข้อกำหนดทางกฎหมาย และประเภทของอุปกรณ์ที่แนะนำสำหรับยานพานะของคุณ สำหรับประสิทธิภาพยางสูงสุด ให้ใช้ยางที่มีรูปแบบดอกยางแบบเดียวกันทั้งหน้าและหลัง ยางที่มีดีไซน์ ดอกยาง และรูปแบบการสึกที่แตกต่างกันอาจส่งผลต่อสมดุลและเสถียรภาพของรถคุณ อย่าใส่ยางแบบเรเดียล และไม่ใช่เรเดียลในรถคันเดียวกัน เว้นแต่จะระบุโดยผู้ผลิต

เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนยาง ให้เลือกตัวเลือกยางของเราหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราเพื่อให้แน่ใจว่าเลือกยางได้ถูกต้อง